
ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ยังเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ ทรงบำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่มานับภพไม่ถ้วน ครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงเสวยพระชาติเป็นมนุษย์ผู้มีรูปงาม เฉลียวฉลาด มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ทรงดำรงตนอยู่ในทศพิธราชธรรม ทรงมีจิตใจเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมอันไม่มีประมาณ เป็นที่รักใคร่ของทวยราษฎร์ทั้งหลาย
พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองสาวัตถี ทรงบริหารราชการด้วยความยุติธรรม ไม่เคยเบียดเบียนผู้ใด ทรงโปรดปรานการทำบุญให้ทานเป็นอันมาก ทุกวันไม่มีเว้น ทรงแจกจ่ายข้าวปลาอาหารแก่คนยากไร้ ทรงอุปถัมภ์คนพิการ คนตาบอด คนหูหนวก คนใบ้ และผู้ที่เดือดร้อนทั้งหลาย
ในเมืองสาวัตถีนั้น มีหญิงชราคนหนึ่ง ชื่อว่า นางผกา นางเป็นคนยากจนข้นแค้น ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีที่พึ่งอาศัย อาศัยเพียงบุญเก่าที่เคยทำไว้บ้าง และการเก็บเศษอาหารประทังชีวิตไปวันๆ นางมักจะมานั่งรออยู่ที่หน้าพระราชวังทุกวัน ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสรับทานจากพระราชาผู้มีเมตตา
วันหนึ่ง ขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังเสด็จประพาสอุทยาน ทอดพระเนตรเห็นนางผกา นั่งคุกเข่าอยู่ริมทาง น้ำตาไหลนองหน้า สภาพร่างกายซูบผอม อ่อนแรง
"ดูนั่นสิ พระองค์" เสียงขันทหารผู้ติดตามเอ่ยขึ้น "หญิงชราคนนั้น ดูเหมือนจะมีความทุกข์ยากลำบากเหลือเกิน"
พระโพธิสัตว์ทรงมีพระทัยอ่อนยวบ เมื่อทอดพระเนตรเห็นสภาพของนางผกา พระองค์มีพระประสงค์จะช่วยเหลือ จึงทรงมีรับสั่งให้ทหารเข้าไปสอบถาม
"ท่านยาย มีทุกข์อันใด จึงนั่งร้องไห้อยู่ริมทางเช่นนี้เล่า?" ทหารถามด้วยความสงสาร
นางผกาเงยหน้าขึ้นมองทหาร ดวงตาที่ฝ้าฟางมองเห็นไม่ชัดนัก
"โอ้ ท่านผู้ใจบุญ... ข้าแต่น้อย... ข้าเป็นหญิงชรา... ไม่มีญาติพี่น้อง... ไม่มีทรัพย์สิน... วันๆ หนึ่งแทบจะไม่ได้กินอะไรเลย... วันนี้ข้าไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปหาเศษอาหารแล้ว... จึงมานั่งรอ... หวังว่าจะมีผู้มีเมตตา... มาโปรดบ้าง..." เสียงของนางสั่นเครือด้วยความอ่อนแรง
ทหารได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกสงสารยิ่งนัก
"เช่นนี้เอง... ถ้าเช่นนั้น รออยู่ที่นี่ก่อนเถิด... ข้าจะไปกราบทูลพระราชาให้"
ทหารรีบเข้าไปกราบทูลพระโพธิสัตว์ถึงความทุกข์ยากของนางผกา พระโพธิสัตว์ทรงสดับแล้ว มีพระทัยสงสารยิ่งนัก
"เป็นเช่นนั้นหรือ? เราจะรอช้าอยู่ใย รีบนำเสบียงอาหารอย่างดีที่สุด มาให้แก่ท่านยายผู้นี้เถิด อย่าให้ท่านต้องอดอยากอีกต่อไป"
ไม่นานนัก ทหารก็กลับมาพร้อมกับถาดอาหารที่เต็มไปด้วยข้าวสาลีอย่างดี แกงเผ็ดหอมกรุ่น ผลไม้สดหวานฉ่ำ และน้ำผึ้งป่า
เมื่อนำอาหารไปถวายแก่นางผกา นางผกาถึงกับดีใจจนน้ำตาไหลพราก
"โอ้... ข้าแต่พระราชา... ข้าแต่พระราชาผู้ทรงพระเมตตา... ข้าไม่เคยคิดเลยว่า... ข้าผู้ต่ำต้อยเช่นนี้... จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณ... จากพระองค์..." นางกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะยกมือขึ้นประนมเหนือเศียร
พระโพธิสัตว์ทรงแย้มพระสรวล
"ท่านยาย อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย เราทุกคนล้วนเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น การช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากนั้น เป็นหน้าที่อันประเสริฐของกษัตริย์ผู้ปกครองบ้านเมือง"
หลังจากวันนั้น พระโพธิสัตว์ก็ทรงมีรับสั่งให้จัดหาอาหารพร้อมเครื่องนุ่งห่ม ส่งไปให้นางผกาเป็นประจำทุกวัน นางผกาจึงพ้นจากความอดอยาก และมีชีวิตที่สุขสบายขึ้น
เรื่องราวความมีเมตตาของพระโพธิสัตว์แผ่ขยายไปทั่วทั้งแผ่นดิน ไม่เพียงแค่นางผกา แต่ยังมีอีกหลายชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือจากพระองค์
มีวันหนึ่ง เกิดภัยพิบัติขึ้นในเมือง มีโรคระบาดร้ายแรง ผู้คนล้มป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก เกิดความหวาดกลัวและความทุกข์โศกไปทั่วทั้งเมือง
พระโพธิสัตว์ทรงไม่ทรงทอดทิ้งพสกนิกรของพระองค์ ทรงระดมหมอหลวง และยาดีที่สุดจากทั่วทุกสารทิศ มาทำการรักษาผู้ป่วย ทรงออกเยี่ยมเยียนผู้ป่วยด้วยพระองค์เอง ไม่ทรงรังเกียจความสกปรก หรือกลัวการติดเชื้อ
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์กำลังตรวจเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนาม พระองค์ทรงพบชายหนุ่มผู้หนึ่ง ผิวพรรณซีดเซียว ดวงตาเหม่อลอย ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"เจ้าเป็นอันใดไป? เหตุใดจึงดูซึมเศร้าเช่นนี้?" พระโพธิสัตว์ตรัสถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ชายหนุ่มเงยหน้ามองพระราชา
"ข้าแต่พระองค์... ข้า... ข้าหมดหวังแล้ว... ภรรยาของข้า... ล้มป่วย... และเพิ่งจะสิ้นใจไปเมื่อคืนนี้... ข้า... ข้าไม่มีกำลังใจที่จะอยู่ต่อไปแล้ว..." ชายหนุ่มกล่าวพร้อมน้ำตาที่ไหลริน
พระโพธิสัตว์ทรงทราบถึงความเศร้าโศกของชายหนุ่ม
"ความตายนั้น เป็นของไม่เที่ยงหนอ... แม้แต่เราเองก็ต้องพบจุดจบเช่นเดียวกัน... แต่การที่เราจะจมปลักอยู่กับความเศร้าโศก ไม่ทำอะไรเลยนั้น... ย่อมไม่เป็นประโยชน์อันใด... จงเข้มแข็งเอาไว้... ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป... เจ้ายังมีหน้าที่... และยังมีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าอยู่อีกมาก..."
พระโพธิสัตว์ทรงปลอบประโลมชายหนุ่มอยู่พักใหญ่ ด้วยพระดำรัสที่เปี่ยมด้วยปัญญาและความเมตตา จนกระทั่งชายหนุ่มเริ่มมีกำลังใจขึ้น
พระโพธิสัตว์ทรงมีรับสั่งให้จัดหาอาหารและยาที่ดีที่สุด ให้แก่ชายหนุ่ม และครอบครัวของเขา รวมถึงผู้ป่วยอื่นๆ อีกมากมาย
ด้วยพระบารมีและพระเมตตาอันไม่มีประมาณ ทำให้โรคระบาดสงบลง ประชาชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เรื่องราวของพระโพธิสัตว์ผู้มีเมตตา ได้เล่าขานสืบต่อกันไปอย่างยาวนาน กลายเป็นแบบอย่างของผู้ปกครองที่ดี เป็นที่รักใคร่ของประชาชน และเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งชมพูทวีป
กาลเวลาผ่านไป พระโพธิสัตว์ทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรม ทรงปกครองเมืองสาวัตถีด้วยความยุติธรรม และเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ตราบจนวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ
ความเมตตาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ผู้ที่มีความเมตตาย่อมเป็นที่รักของคนทั่วไป และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากทุกข์ได้ การเสียสละเพื่อส่วนรวม และการช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก คือคุณธรรมอันประเสริฐที่ทุกคนควรยึดถือปฏิบัติ
เมตตาบารมี
— In-Article Ad —
ความเมตตาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ผู้ที่มีความเมตตาย่อมเป็นที่รักของคนทั่วไป และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากทุกข์ได้ การเสียสละเพื่อส่วนรวม และการช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก คือคุณธรรมอันประเสริฐที่ทุกคนควรยึดถือปฏิบัติ
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
135เอกนิบาตสาสนทชาดก ณ แคว้นกาสี อันรุ่งเรืองไปด้วยศิวิไลซ์ มีพระนครชื่อว่าวรรณารสี เป็นศูนย์กลางแห่งการค้าขาย...
💡 การสื่อสารที่ชัดเจนและสมเหตุสมผลเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง การใช้เหตุผลและปัญญาในการตัดสินปัญหาจะนำมาซึ่งความยุติธรรม และการใช้ถ้อยคำที่สุภาพและมีเหตุผลในการสื่อสารจะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างมนุษย์
200ทุกนิบาตมหาปังกาชาดกกาลครั้งหนึ่ง ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ทรงดำรงพระชาติเป็น 'มหาปังกา' ช้างพลายผู้ยิ่งใหญ่...
💡 การรู้จักประมาณตน คือการรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตนเอง และใช้มันให้เป็นประโยชน์ การโอ้อวด หรือพยายามเป็นในสิ่งที่เราไม่ใช่ อาจนำมาซึ่งความเดือดร้อนและภยันตราย
253ติกนิบาตมหาสุบินชาดก ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าวิเทหราช” ผู้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งแค...
💡 เหตุการณ์ต่างๆ มีที่มาที่ไปจากกรรม การประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
71เอกนิบาตมุฏฐิละชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มี...
💡 ความประมาทนำมาซึ่งความเสื่อม การให้อภัยและการให้โอกาสย่อมนำมาซึ่งการเริ่มต้นใหม่ ความเมตตาและการช่วยเหลือผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
231ทุกนิบาตกุรุงคัมพชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าอันเขียวชอุ่ม สุดไพศาล ซึ่งมีต้นกุรุงคัมพะ (ต้นไม้ชนิดหนึ่ง...
💡 ความสุขที่เกิดจากการเบียดเบียนผู้อื่นนั้นไม่ยั่งยืน การใช้สติปัญญาและความเมตตาในการดำรงชีวิต ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
324จตุกกนิบาตสิริชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร และเจริญรุ่งเรืองด้ว...
💡 นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความเกียจคร้านนำมาซึ่งความเสื่อม ความเพียรพยายามและความอดทนเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ทรัพย์สมบัติที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองนั้นมีคุณค่าและยั่งยืนกว่าทรัพย์สมบัติที่ได้มาโดยง่าย นอกจากนี้ การรู้จักประมาณตน การมีความซื่อสัตย์ และการช่วยเหลือผู้อื่น ก็เป็นคุณธรรมที่สำคัญยิ่งในการดำเนินชีวิต
— Multiplex Ad —